Kulthida 的个人资料Lonely girl**เด็กหญิงข้า...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
Lonely girl**เด็กหญิงข้างหน้าต่าง11月3日 ซาก..
ความรู้สึกของคนที่ทำงาน
ถ้าคุณได้ทำงานในสิ่งที่ชอบแล้ว รายละเอียดอื่นๆ คุณคิดว่ามันจะมีผลต่อการทำงานของคุณมั้ย
อย่างเช่น... บรรยากาศในการทำงาน เพื่อนร่วมงานของคุณล่ะ
..
. ..
...
3月22日 ลายนิ้วมือ...??
ใคร...บอกว่าลายนิ้วมือของเราไม่เหมือนใคร
มาอ่านหนังสือที่สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วิธีที่จะนำพาร่างเข้ามาเหยียบย่างเข้ามาในหอสมุดนั้น มีอยู่ 3 วิธี 1.คนภายนอก ต้องเอาบัตรที่มีรูปถ่ายตัวเองฝากไว้ที่เคาท์เตอร์เพื่อแลกกับการผ่านเข้ามา 2.ใช้บัตรนักศึกษารูดเข้ามา(เฉพาะบัตรของ มช.เท่านั้นนะ ที่อื่นไม่ได้) 3.สแกนลายนิ้วมือเข้ามาเลย ซึ่งทำไว้ก่อนนานมาแล้ว สแกนปุ๊บ รหัสนักศึกษาจะโชว์ขึ้นมา(เค้าจะทำไว้ 2 นิ้ว เผื่อไว้ว่า อนาคตเกิดมันด้วนขึ้นมานิ้วนึง จะได้มีสำรอง)
แต่ มะกี้เข้ามาหอสมุดด้วยวิธีที่ 3... รหัสนักศึกษาที่โชว์ขึ้นมานั้น เป็นรหัสใครมะรู้ 50xxxxxxx ทั้งๆ ที่อิชั้น รหัส 47xxxxx
แสดงว่าต้องมีใครลายมื้อมาซ้ำกะอิชั้นอ่ะดิ ฮึ!!
เงิ่มๆๆๆ อ่อนไปตั้ง 3 ปีแน่ะ
3月12日 เวลามันผ่านไปแล้ววว..เห็นน้องๆ ปี 2 ปี 3 กลับมาฝึกตอนช่วงซัมเมอร์แล้ว นึกอิจฉาขึ้นมา อยากสวมชุดหมี แต่วันนี้เพื่อนๆ มันไปถ่ายรูปกันมาที่สตูฯ หอบผ้าหอบผ่อนไปกันด้วย เรื่องของเรื่องก็คือ เอาชุดน้องหมีไปเปลี่ยนนั่นเอง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มีเลือกตั้ง สท. ก็เลยไปใช้สิทธิ์ซะหน่อย รักษาสิทธิ์ไว้ เผื่อมีโอกาสสมัครเป็น สส.วันหน้า เดี๋ยวเค้าย้อนดูประวัติเกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ทางการเมืองจะได้สบายใจ
พูดซะยาว ที่จริงวันนั้นแวะเอาหนังสือไปคืนที่ชมรมด้วย พอดีเดินสวนกับน้องมดที่บันไดทางขึ้นชมรม
น้องมด: อ้าวพี่ฝน เค้าจะไปเที่ยวน้ำตกกันอ่ะค่ะ
me: น้ำตกไหน??
น้องมด: น้ำตกมณฑาธารค่ะ แต่มดไปไม่ได้
me: เหรอ มีใครไปมั่งอ่ะ
น้องมด: เยอะแยะเลยค่ะ รีบๆ ขึ้นไปสิคะ เค้ากำลังจะไปกันแล้ว
me: เจ้าาา..
รีบวิ่งขึ้นไป อู้วววว...รองเท้าเต็มหน้าชมรมเลยอ่ะ ประมาณการเอาไว้ว่าน่าจะเกิน 20 คู่
ตึก ตึก ตึก...
ถึงหน้าชมรม
"หวัดดีทุกคน...จะไปเที่ยวน้ำตกกันเหรอ??"
สายตาทั้งหมดหันมามอง...
อุ้ย! มะรู้จักใครเลย สงสัยเป็นน้องๆ ที่พึ่งลงค่ายมา
"พี่ฝน!!"
.....มีเสียงหนึงเล็ดลอดออกมา
ฮ้าาา...ในที่สุดก็มีคนรู้จักแล้ววุ้ย
"พี่ฝนไปน้ำตกด้วยกัน ป่ะ"
ดูจากสภาพการณ์ ณ ตอนนั้นแล้ว ไปด้วยแล้วคงสนุกไม่เท่าคนอื่นๆ แน่
"พี่คงไปไม่ได้อ่ะค่ะ เพราะเดี๋ยวพี่ต้องกลับไปอ่านหนังสือต่อ เพราะใกล้สอบละ " (โกหกเห็นๆ) ^^
และแล้ว..ในที่สุดทุกคนก็ไปเที่ยวกัน เหลือทิ้งไว้แค่ความเงียบภายในชมรม(กะพี่ชัชชัย ที่นอนหลับอยู่)
มาเล่าแค่นี้แหล่ะค่ะ
เรื่องราวเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า เวลาเปลี่ยนไปแล้ว อย่ายึดติดเลย โยม....สาธุ
2月21日 summary of SDNช่วงนี้หลายๆ คนเริ่มทยอยกันปิดเทอมไปแล้ว จากที่เห็นสภาพหอตอนนี้ก็คือ เริ่มเงียบลง จะมีบางครั้งที่ได้ยินเสียงลากของจากห้องชั้นบนเพื่อเตรียมตัวย้ายลงมาชั้นถัดมา แต่ก็ต้องรอชั้นข้างล่างย้ายออกไปก่อนแหล่ะ...น้องๆ เค้าปิดเทอมกันแล้ว ก็ขอให้มีความสุขกับการฝึกปฏิบัติงานบนวอร์ดกันต่อไป ทั้งน้องๆ ปี 2 ที่จะขึ้นปี 3 และน้องปี 3 ที่จะเป็นพี่ปี 4 แทนที่พวกเรา
จะว่าไปแล้ว วอร์ดแต่ละวอร์ดที่ขึ้นมามันมีความประทับใจแตกต่างกันไป... ดูกันซักหน่อยมั้ย
เริ่มตั้งแต่...
1.ANC : ผดุงครรภ์ เป็นวอร์ดที่ใช้จินตนาการค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เนื่องจากว่าเป็นวอร์ดฝากครรภ์เราก็ต้องใช้ปลายนิ้วสัมผัสเรานี่แหล่ะ เป็นเครื่องมือ คลำกันเข้าไปบนหน้าท้องแม่ มันก็จะมีการคลำแต่ละท่า เพื่อประเมินเด็กในท้อง เอาให้ได้ว่าเด็กอยู่ในท่าไหน หลังอยู่ไหน หัวอยู่ไหน คำนวนอายุครรภ์ และวันคลอด เทียบกับขนาดหน้าท้องว่าล้อไปด้วยกันมั้ย ตลอดจนคำแนะนำเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ทั่วไป ถือว่าไปได้ดีกับวอร์ดนี้ แต่จะยากช่วงแรกๆ ที่ว่าคลำไปไม่เห็นภาพ หน้าท้องหนาบ้าง บางทีท้องแก่ๆ มาที คลำไปคลำมา มดลูกหดตัวแข็ง ก็หาไรไม่เจอ เดี๋ยวก็ไปกระตุ้นให้เค้าเจ็บท้องคลอดไปใหญ่
2.Ped I : วอร์ดเด็กดี ก็คือ เด็กที่ไม่มีภาวะเจ็บป่วย วอร์ดนี้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ตามข้างนอก โรงเรียนบ้าง บ้านเด็กบ้าง สถานเลี้ยงเด็กกลางวัน(day care)บ้าง สถานสงเคราะห์เด็กบ้าง จะมีก็แต่วอร์ดเด็กทารกแรกเกิดที่ต้องอยู่ในโรงพยาบาล จะตื่นเต้นก็ตอนที่เห็นเด็กน้อยตัวแดงๆ ตามร่างกายยังเป็นคราบน้ำคร่ำอยู่เลย แล้วต้องมาอาบน้ำให้...น่าร้ากกก แล้วก็ต้องมาป้อนนม เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากมีลูก จะประทับใจวอร์ดนี้ก็มีแค่นี้แหล่ะมั้ง เพราะที่เหลือออกโรงเรียนเจอแต่เด็กซนๆ ไม่ไหวๆ เหนื่อยที่ต้องหลอกล่อให้ทำอะไรๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลเอาไปทำ case study... รู้สึกศรัทธาในตัวครูอนุบาลมากที่ดูแลเด็กหลายๆ คนได้ แต่อย่างว่าแหล่ะ ต้องอาศัยความดุและไม้เรียว(แม้ว่าสมัยนี้เค้าไม่ใช้ไม้เรียวกันแล้ว) สรุปก็คือ ดูมาตั้งแต่วัยทารกแรกเกิด ยันวัยรุ่นที่วัยไม่ต่างกันเท่าไหร่
3.Fundamental : วอร์ดนี้ขึ้นตอนปิดเทอมระหว่างเทอม 1 และเทอม 2 ขึ้นแค่ 8 วันเอง เป็นวอร์ดที่ทางคณะจัดให้ นศ.ไปอยู่ตามวอร์ดต่างๆ เพื่อเตรียมตัวรับศึกหนักตอนเทอม 2 ทื่ได้เห็นบทบาทพยาบาลชัดเจนขึ้น ตอนนั้นถือว่าหนักทีเดียวเพราะต้องอยู่วอร์ดที่ถือว่าหนัก(อายุรกรรม) และกับอาจารย์ที่ค่อนข้างดุ ไม่ว่าจะทำอะไร เป็นต้องโดนดุตลอด จนไม่กล้าทำอะไร ทำถูกก็ด่า ทำผิดก็ด่า ไม่รู้จะด่ากันไปใย กดดันเหลือเกิน แค่เตรียมยาฉีด 1 เข็ม ก็เอากันให้วุ่นใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง เป็นงี้ 7 วัน พอวันที่ 8 อาจารย์ปล่อยเต็มที่กับงานต่างๆ...รู้สึกดีทีเดียวกับการปฏิบัติงานที่ไหลลื่นขึ้น ตอนนั้นเริ่มมีทัศนคติต่อตัวอาจารย์ดีขึ้นมาก เพราะได้รับคำเคี่ยวเข็นจากอาจารย์จนจำฝังหัว...จะประทับใจก็ตรงนี้แหละ
4.Ortho : ออร์โธปิดิกส์ เริ่มต้นเปิดเทอมก็เจอกระดูกเลย กระดูกหัก กระดูกแตก มะเร็งกระดูกที่บางคนต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นไปเลย(เช่น ขา) ความรู้วอร์ดนี้ได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ เนื่องจากอาจารย์ที่คุมวอร์ดน่ะ แกจะซีเรียสเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องความรู้มากไปหน่อย อาทิ เช่น ท่าทางต้องสมาร์ท เปิดเซ็ททำแผลท่าทางต้องสวย หมุนตัวหยิบน้ำยาต่างๆ ก็ต้องเอาให้ดูงามตา... เหนื่อยตรงนี้แหล่ะ ประทับใจวอร์ดนี้ก็ตรงที่อาจารย์ให้ไปนั่งเขียนงานมาใหม่เพราะไอ่ที่ส่งไปลายมืออ่านยาก(ยอมรับค่ะ) แต่ว่า งานที่ว่าเป็นงานที่ทยอยส่งมาแต่ละวัน..เป็นอาทิตย์ ทำไมพึ่งมาบอกนะเนี่ย แล้วก็ต้องคอยแก้ในส่วนท่อาจารย์ท่านคอมเม้นต์มาอีก เขียนกันมันมือเลยทีเดียว ตั้งแต่เที่ยงวัน ยัน 7 โมงเช้าของอีกวัน(ยังม่ายด้ายนอน)มือเป็นห้อเลือดเลยแหล่ะค่ะเนื่องจากแรงกดจากการจับปากกา...เจ็บนะนั่น ขึ้นวอร์ดสายหน่อย วันนั้น..
5.Surg : ศัลยกรรม ไอ่ที่ผ่าๆ กันทั้งหลายแหล่ ยากพอควร เพราะเห็นสภาพคนไข้รายหนึ่งที่ต้องต่อสายจากหน้าท้องที่ผ่าเปิดไว้ดูดเอาของเสียในช่องท้องออกมาคลุมไว้แค่พลาสติก(ที่เค้าใช้ทางการแพทย์) ตัดนู่นนี่สารพัดตัด ยากตรงที่ไม่รู้ว่าครั้งสุดท้ายผ่าไรหว่า เขียนงานทีต้องเรียบเรียงมาตั้งแต่ก่อนผ่าครั้งแรก แต่วอร์ดนี้สนุกมากกก..เพราะอาจารย์ที่คุมวอร์ดท่านเก่ง น่ารัก นั่งconference กันทีนี่ ภาษาเหนือมาเลย ง่ายแก่การเข้าใจของนักศึกษา เก่งค่ะ เก่ง ท่านมีพรสวรรค์ในด้านการขมวดความรู้แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวให้นักศึกษาเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น แจ่มเลยทีนี้ ไม่งั้นท่านคงไม่ได้เป็นเจ้าของตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายวิชาการหรอกน่า ส่วนอาจารย์อีกท่านก็ให้ความเอ็นดูนักศึกษาเช่นลูก..เกือบโดนคำครหาจากเพื่อนๆ ไปเหมือนกัน ว่าเป็นลูกรักอาจารย์
6.Gyn : วอร์ดนรีเวช ส่วนใหญ่คนไข้กลุ่มนี้จะเป็นมะเร็งบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งหลายแหล่ การรักษาก็จะเป็นพวกผ่าตัด(อันนี้ก็เหมือนกันคนไข้ศัลย์) เคมีบำบัด และรังสีรักษา เป็นวอร์ดพักร้อนของพวกเรา ไม่ค่อยได้ทำอะไร เพราะคนไข้ช่วยเหลือตัวเองได้เยอะ แล้วก็เป็นคนไข้แก่วอร์ด ก็คือมาบ่อยเพื่อมารับการรักษาตามนัด บางทีรู้อะไรมากกว่านักศึกษาอีก ประทับใจกับบุคลากรที่เป็นกันเองอย่างมากกับนักศึกษาและคนไข้ อาจารย์ก็ใจดีอย่างมาก มีเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากบอกว่า อยากให้อาจารย์คณะพยาบาลทุกคนใจดีเหมือนกับอาจารย์ท่านนี้..^^
7.Med : อายุรกรรม วอร์ดโหดส่งท้ายเทอม 2 หลังจากพักร้อนมา โหดจริงๆ ทั้งอาจารย์ และพี่บนวอร์ด(บางคน) เนื่องจากอาจารย์เป็นคนเก่ง ก็เลยอยากให้นักศึกษาเก่งด้วยเท่านั้นเอง มันก็เลยขัดแย้งกับไอคิวของตัวเองที่ทำไม่ได้ตามที่อาจารย์คาดหวัง ส่วนพี่ที่วอร์ด(คนนั้น) ก็เป็นคนเก่งเหมือนกัน ที่จริงก็ไม่ได้ดุมากมายหรอก แกก็คอยสอนนู่นนี่หลังจากที่ดุเราเสร็จ แต่เราต้องตอบคำถามพี่เค้าให้ได้ละกัน พยายามอย่าเข้าไปใกล้ หรือซักถาม จะเป็นดีที่สุด(ถ้าหากไม่ต้องการความรู้จากพี่เค้านะ) วอร์ดนี้ประทับใจ...หมอ อิอิ ป่าวน่า คนไข้วอร์ดนี้ก็น่ารัก รู้สึกดีโดยเฉพาะตอนดูแลคนไข้คนนึงมาทั้งอาทิตย์ อาการเปลี่ยนแปลงตลอด ขนาดที่ว่าหมอต้องเวียนหัวปรึกษากันไปมาข้ามวอร์ด จนกระทั่งวันสุดท้ายที่ขึ้นวอร์ด ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ดูแลคนไข้รายนี้ เข้าไปบอกคนไข้ว่า จะดูแลอยู่เป็นวันสุดท้ายแล้วนะ คนไข้ก็เอ่ยขอบคุณกลับที่ดูแลจนอาการดีขึ้นแล้วจะได้กลับบ้านวันนั้นแล้ว...รู้สึกดีมากเลยล่ะ
8. ENT : หู คอ จมูก เป็นวอร์ดที่ขึ้นตอนซัมเมอร์จากการจัดให้ของคณะ ได้สัมผัสเวรบ่าย ดึก เป็นครั้งแรก เป็นวอร์ดที่ฝึกเพื่อเก็บประสบการณ์ ไม่ต้องมีอาจารย์มาคอยคุม ขึ้นกันทั้งเดือน มีงาน 1 ชิ้นคู่กับเพื่อน คือ ศึกษาโรคที่พบบ่อยในวอร์ด แล้วทำเป็นรายงานไม่เกิน 2 แผ่น ยากที่ว่าไม่สามารถเอารายละเอียดทั้งหมดมาใส่ให้ได้ 2 หน้าได้.. วอร์ดนี้ประทับใจการทำงานมากกว่า บุคลากร enjoin มีประสบการณ์มากกว่าเพื่อนกลุ่มอื่น เพราะวอร์ดนี้ไม่ได้บรรจุไว้ในหลักสูตร เรื่องโรคต่างๆ ก็เรียนตอนเลคเชอร์บ้าง แต่ก็ไม่เคยเห็นผู้ป่วยจริงๆ
นอกจากวอร์ดนี้แล้ว ก็ไปขอฝึกวอร์ดอื่นเพื่อเก็บประสบการณ์อีก เช่น Ortho, Med
9.Psychiatric : จิตเวช แปลกดี เพราะต้องเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมของผู้ป่วยก่อนแล้วเชื่อมโยงกับโรคที่ผู้ป่วยเป็น เพื่อกำหนดแนวทางการดูแลผู้ป่วยต่อไป จะว่าไปแล้ว ไม่ค่อยได้ประสบการณ์เท่ากับเพื่อนคนอื่นเพราะสภาพอาการของคนไข้ดีกว่าคนอื่น แต่จะประทับใจก็ตรงที่ออกจิตเวชชุมชนนี่แหล่ะ เพราะอาจารย์ชอบพาไปเลี้ยงข้าวตามแหล่งชุมชน แล้วผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนก็น่าสนใจกว่าในโรงบาลซะอีก เพราะตอนนั้นคนไข้ที่ไปดูที่บ้านกำลังขาดยา(ที่รักษา)อยู่เลยเชียว สิ่งแวดล้อมที่บ้านก็น่ากลัว มีแต่มีดกับเขียง เพราะที่บ้านทำอาชีพขายเนื้อปิ้ง ตอนนั้นถ้าไม่มีอาจารย์ก็คงไม่กล้าไปเหมือนกันแหล่ะ
10.Community : ชุมชน ก็คล้ายๆ จิตเวชชุมชน แต่จะดูครอบคลุมกว่าเท่านั้นเอง ช่วงนี้ก็ออกนอกสถานที่แทบทุกวัน สนุกไปอีกแบบ ตื่นเต้นเมื่อพบเห็นน้องหมาที่ออกมาวิ่งวุ่นตามถนนหนทาง แล้วเห่ามาเป็นระยะๆ น่ากลัว...ความประทับใจก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก อาจเป็นเพราะการที่ต้องออกไปเยี่ยมบ้านครอบครัวของเคสน่ะแหล่ะ มันรู้สึกว่าทำตัวสอดรู้สอดเห็นดี ต้องสังเกตนู่นนี่ ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน ถามไปเรื่อยๆ แล้วเอามาวิเคราะห์ว่าเค้าปฏิบัติตัวเหมาะสมรึเปล่า มีควาวมเสี่ยงต่อการเกิดโรคยังไง... ดูเหมือนก้าวก่ายชีวิตคนอื่นไงไม่รู้ แต่เราก็ทำตามหน้าที่พยาบาลชุมชนที่ดี
11.Labour : ห้องคลอด วอร์ดนี้ตื่นเต้นที่สุดในปี 4 เทอม 1 แล้วล่ะ อยู่ห้องคลอดที่ รพ.มหาราช 2 อาทิตย์ ไม่ได้เคสคลอดซักคนจนหายตื่นเต้นไปหมด มาตื่นเต้นอีกทีตอน 2 อาทิตย์หลัง ที่ไปทำคลอดที่ รพ.นครพิงค์ 6 เคสใน 2 อาทิตย์มีใครทำได้ที่ไหนล่ะ พรวดพราดออกมาที น่าสะใจ...วอร์ดนี้ ประทับใจก็ตรงที่ อาจารย์ดุดี กระตุ้นตัวเองให้ไม่อยู่นิ่งเอาไว้ ไม่งั้นเดี๋ยวโดนเรียกไปนู่นนี่อีก ว่าแต่วอร์ดนี้เหนื่อยมาก กลับหอไปงี้เพลียทั้งที่ไม่ได้ใช้กำลังกายมากเหมือนวอร์ดอื่นๆ นะ และวอร์ดนี้ก็ต้องใช้ความรู้เดิมจากการตรวจครรภ์ แล้วก็ต้องใช้ประสาทสัมผัสตรงปลายนิ้วจับดูการหดตัวของมดลูกด้วย ตอนแรกๆ ยังแยกไม่ออกว่ามันหดตัวรึยังเนี่ย ไอ่มดลูกน่ะ ทั้งที่อาจารย์ก็จับอยู่ด้วยกันแท้ๆ อาจารย์กลับบอกว่าหดตัวไปตั้งนานแล้ว เออวว... ตอนเรียนเลคเชอร์น่ะ เรียนตั้งนานเกือบทั้งเทอมกว่าเด็กจะออกมาได้คนนึง พอเอาเข้าจริง แป๊บเดียว แล้วตอนเย็บแผลฝีเย็บน่ะ อาจารย์ถามว่าเห็นขอบแผลมั้ย... อยากตอบใจจะขาดว่าไม่เห็น เพราะมันดูยุ่ยๆ เหลือเกิน แต่ก็นะ เพื่อความอยู่รอดของชีวิตตอบไปว่า"ค่ะ"
12.PP : วอร์ดที่ต่อเนื่องมาจากห้องคลอด ก็คือวอร์ดที่ดูแลคุณแม่หลังคลอด วอร์ดนี้ตามความรู้สึกแล้วค่อนข้างน่าเบื่อ เคว้งคว้าง ไม่เป็นหลักแหล่ง เพราะต้องเดินสายออนทัวร์ไปดูงานแล้วกลับมาเขียนงานส่ง จะได้ดูคุณแม่หลังคลอด และเด็กอ่อนจริงๆ จังๆ ไม่กี่วันเอง ดูแลแค่เรื่องการป้อนนม นวดเต้านม ดูแผลฝีเย็บ การพักผ่อน ประมาณนี้แหล่ะ
13.PMC : การรักษาโรคเบื้องต้น วอร์ดนี้ออกไปตามสถานีอนามัยกลายเป็นคุณหมออนามัยอยู่ช่วงหนึ่ง และโรงพยาบาลชุมชน ที่สถานีอนามัยเราต้องทำตัวเป็นหมอน้อยๆ ซักประวัติ ตรวจร่างกายเอง แล้วลองตั้งวินิจฉัยโรคเอง แล้วคิดว่าจะจ่ายยาอะไรบ้าง คือการตัดสินใจอยู่ที่เราแล้ว ตอนนี้ มีแค่อาจารย์เป็นที่ปรึกษา มันยากเพราะบางทีเราซักประวัติมั่วไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าเค้าป่วยเป็นไรแน่ อีกอย่างคือ การชินอยู่กับผู้ป่วยบนวอร์ดที่หมอเค้าวินิจฉัยให้มาแล้ว และเป็นคนไข้หนักๆ กันทั้งนั้น แต่นี่แค่ระดับสถานีอนามัย มาก็แค่ปวดหัว ปวดท้อง แต่ก็ต้องคิดให้ได้ว่า ไอ่ที่ปวดๆ น่ะ เพราะอะไร ไปทำไรมา ปวดยังไง ต้องตรวจอะไรเพิ่ม อย่างปวดท้องเนี่ย คิดว่ามันเป็นเพราะอวัยวะไหนล่ะ แต่สนุกหลายๆ เพราะความโก๊ะของตัวเอง แต่พอมาระดับ รพ.ชุมชน พื้นฐานความรู้และประสบการณ์มีมากขึ้นก็ลื่นไหลพอไหว อยู่หน่วยฉุกเฉิน งานที่ทำประจำคือฉีดยาเข้าที่ก้น ขอสารภาพว่า ฉีดยาเข้ามที่ก้นให้คนไข้ทีไร ไม่มั่นใจทุกที แม้ว่าจะฉีดเป็นเข็มที่ร้อยก็เหอะ กลัวจะไปโดนเส้นประสาทเค้าเป็นอัมพาตไปล่ะยุ่งเลย
14.Ped II : วอร์ดเด็กป่วย เด็กน่ารักกว่าเด็กดีซะอีก ไม่ซน แต่โยเยนิดนึง ช่วงนั้น ความคิดอยากมีลูกเริ่มมีอีกครั้ง เพราะเด็กที่ดูแล บางคนไม่มีผู้ปกครองมาเฝ้า ก็เลยทำตัวเป็นแม่เด็กไปชั่วคราว แล้วไปหาพ่อเด็กชั่วคราวเอาแถวๆ นั้นแหล่ะ... ที่น่าสังเกตก็คือ อาจารย์ภาคเด็ก(กุมารเวชศาสตร์)ใจดีกันทุกคนเลย น่ารัก แถมบางครั้งแอบตลกอีกแน่ะ วอร์ดนี้ไม่ค่อยเครียด ประทับใจหลายๆ อย่าง แล้วตอนสุดท้ายก็ต้องจัดกิจกรรมวันแห่งการเล่นให้แก่เด็กๆ ที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล รู้สึกอิ่มบุญ และอิ่มท้องไปตามๆ กัน เพราะขนมที่ซื้อมาแจกน่ะ มันเหลือ เสร็จพวกพี่ๆ กันเลย
15.ICU : มีอยู่ 3 วอร์ด คือ med surg ped สำหรับอิชั้นแล้ว ถูกจับมาอยู่ ICU-Ped เจอเด็กๆ อีกแล้ว วอร์ดนี้ ก็ไม่ต่างจากเด็กป่วยเท่าไหร่ เพียงแต่เด็กที่นี่จะป่วยแบบเรื้อรังไปหน่อย แล้วสภาพอาการดูย่ำแย่กว่า ขาดออกซิเจนไม่ได้ ต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจแทบทุกคน ส่วนเด็กอีกประเภทก็คือ เด็กที่คลอดก่อนกำหนดมากๆ เกิดมาตัวเท่าลูกแมว ตัวแดง ไขมันน้อยๆ หัวเล็กกว่ากำปั้นซะอีก ประเภทนี้ไม่กล้าจับเท่าไหร่ บางครั้งจับเปลี่ยนผ้าอ้อมที ระดับออกซิเจนในเลือดเด็กลดลงทันที ซึ่งอันตรายมากสำหรับเด็กพวกนี้...
16.Team leader : เป็นวอร์ดที่เลือกเอง สมัครใจอยากอยู่วอร์ดไหนก็ลงสมัครไป คราวนี้เลือกวอร์ดที่หนักที่สุดที่มีให้เลือกคือ อายุรกรรม... จุดประสงค์การฝึกก็เพื่อนำไปใช้ในการเป็นพยาบาลจริงๆ คือทุกอย่างที่พยาบาลต้องทำ ไม่ใช่แค่รับเคสวันละเคสเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว คือครั้งนี้เราต้องดูแลคนไข้ทั้งหมดที่มีอยู่ เหนื่อยตรงที่ต้องเอาเคสทุกเคสที่รับผิดชอบมานั่งเขียนส่งทุกเช้านี่แหล่ะ เกือบตายไปเหมือนกัน ยิ่งมาเจออาจารย์ที่เกือบฆ่ากันตายไปเมื่อสมัยอยู่วอร์ดอายุรกรรมเมื่อตอนปี 3 ด้วยแล้ว เหมือนการกลับมาล้างแค้นของอาจารย์ ใช้ความอดทนค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ผ่านมันมาได้ท่ามกลางคำชื่นชมของอาจารย์ ซึ่งมีอยู่ 2 คน ทั้งอาจารย์ที่โคจรมาพบกันที่บอกว่าภูมิใจในตัวอิชั้นมากเพราะดูพัฒนามากไปกว่าเมื่อตอนปี 3 แล้วอาจารย์อีกท่านที่บอกว่าเขียนงานไปละเอียดดี...ท่านคงไม่รู้ว่าต้องอดนอนไปเท่าไหร่กว่าจะได้งานมาแต่ละชิ้น...พึ่งรู้ตอนนั้นเอง ว่าทำไมเพื่อนคนอื่นๆ มันไม่เห็นอดนอนมากอย่างนี้วะ...ประทับใจในทุกๆ สิ่ง ทั้งบุคลากร เพราะวอร์ดนี้เราต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของพี่ที่วอร์ด มากกว่าอาจารย์ เพราะอาจารย์จะมาแค่เวรเช้า ชั่วโมง-2 ชั่วโมง ก็ไป ที่เหลือ เวรบ่าย ดึก ก็อยู่ในความปกครองของพี่ๆ ต่อไป
..................................
และนับจากนี้ก็เหลือเพียงการสอบเพื่อเอาใบอนุญาต หรือใบประกอบวิชาชีพนั่นเอง 22-23 มีนานี้แหล่ะ แต่แว่วๆ มาแล้วว่า ที่ รพ.มหาราชเริ่มทำงาน 1 เมษานี้แล้วล่ะ ตื่นเต้นจัง >__<
2月2日 count down...team leader med.พึ่งลงจากเวรดึกมา... วันนี้ แม้ว่าจะเป็นวันเสาร์ การส่งเวรให้กับเวรเช้าจะไม่ full opsion เหมือนกับวันธรรมดาก็เหอะ แต่ climax ของการขึ้นวอร์ดช่วงนี้ก็คือ การส่งเวรนี่แหล่ะ
ยิ่งเมื่อคืนต้องรับผิดชอบห้องที่หนักที่สุด และไม่ได้นอนด้วยแล้ว การส่งเวรของวันนี้ก็เลยสับสนน่าดู... ขอบคุณพี่ๆ ที่อาจต้องคอยลุ้นว่า ไอ่นี่มันจะส่งเวรรอดมั้ยว้าาา..เพราะอันข้าเจ้านี้เป็นคนที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่แล้วแหล่ะ จำต้องมานั่งพูดอะไรที่ดูเป็นหลักการ เรียบเรียงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคนไข้ที่รับผิดชอบอยู่ห้องนึงมาตลอด 8-9 ชั่วโมงให้ทุกคนเข้าใจ และบางครั้งก็อาจย้อนไปอีก 8-9 ชั่วโมง จากการรับเวรที่เวรก่อนๆ เค้าส่งต่อมาให้ ถือว่ายากอ่ะ...
ด้วยความพยายามอย่างถึงที่สุด สิ่งต่างๆ ที่พูดออกไปในตอนส่งเวร ก็เพื่อคนไข้ของเราได้รับการดูแลครบถ้วนนี่แหล่ะ
.
.
.
เฮ้อ!...ชีวิตของการเป็นนักศึกษาพยาบาลเกือบฆ่ากันตายในวินาทีสุดท้ายเชียวหรือเนี่ย มีอยู่ครั้งนึง เมื่อไม่กี่อาทิตย์มานี่ ต้องโทรหาแม่ตอนเกือบๆ ตี 1 เพราะตอนนั้นไม่ไหวแล้ว โทรไปบ่นๆ ให้ฟังนิดหน่อยเรื่องงาน(ซึ่งเป็นคำพูดในเชิงระบายมากกว่า) พูดไปเกือบๆ ชั่วโมง บั่นทอนสุขภาพแม่มาก เพราะแม่ต้องตื่นแต่เช้าอีก...แต่แม่ก็ทำเพื่อหนูแหล่ะ อย่างน้อยก็ทำให้ลูกสบายใจ ให้กำลังใจดีๆ..เก็บกำลังใจ ณ ตอนนั้นมานั่งเขียนงานต่อจนถึงเช้า แล้วหอบสภาพตัวเองเพื่อขึ้นไปทำงานบนวอร์ดอีกประมาณ 10 ชั่วโมง
มีน้อยคนนักที่รู้ว่า กว่าจะมาถึง ณ จุดนี้ได้ ต้องนั่งน้ำตาซึมเขียนงานโต้รุ่งกันแค่ไหน หลายครั้งที่ชอบบ่นๆ ให้เพื่อนๆ ฟังถึงความลำบาก ที่หลายคนฟังจนชินและคงนึกไปว่า มันก็แค่บ่น คงไม่ลำบากอะไรมากมายหรอก ก็แค่เรียกร้องความสนใจ
แต่ว่า วันนี้ ทุกอย่าง คือความภาคภูมิใจ...ฉันแกร่งมากขึ้น เพราะความลำบากมันเกลาให้ฉันเป็นอย่างนี้นี่เอง
.
.
.
.
.
.
ขอบคุณ อาจารย์ที่ทำให้หนูเป็นอย่างนี้ได้ แม้ว่าหลายๆ ครั้งอาจทำให้เราต่างหงุดหงิดกันบ้าง
ขอบคุณ ทุกๆ กำลังใจ ทั้ง แม่ พ่อ น้อง กระแต เนย นาย พี่อิม มิ้น นุ่น พี่เจี๊ยบ พี่ว่าว พี่ออย พี่มณ... บลา บลา บลา
ขอบคุณ ตัวเอง ที่ยังไหว และไม่ท้อเสียก่อน เพราะได้แต่บอกตัวเองไปว่า ไม่ใช่แต่เราคนเดียวที่เหนื่อยอย่างนี้ รุ่นพี่เค้ายังผ่านมันไปได้เลย...
ขอบคุณ ห้องสมุดคณะพยาบาลศาสตร์ที่เป็นแหล่งข้อมูล...แม้ว่าหนังสือบางเล่ม update ที่สุดคือปี 2538
ขอบคุณ ลุงขายหมูปิ้งหน้าโรงพยาบาล...ในวันที่ไม่มีอะไรขายที่หอ
ขอบคุณ Nest cafe และ M-150 ที่เติมพลังชีวิตให้..
ขอบคุณ คูก้า รสผลไม้ คลอเร็ท อมีร่ารสมะขาม...ช่วยกันเมื่อยามง่วง
ขอบคุณ Kissfm ที่อยู่เป็นเพื่อนกันตอนดึก
ขอบคุณ ปากกาน้ำเงิน ปากกาแดง ลิควิด ดินสอกด ยางลบ ไม้บรรทัด สมุดรายงาน ที่ทำให้ผ่านไปได้เป็นรายวัน
ขอบคุณ โต๊ะเขียนหนังสือ โคมไฟ เก้าอี้ ที่อำนวยความสะดวกให้ ขอบคุณ พี่ ป้า น้า อา ย่า ยาย...(ที่เป็นคนไข้ของหนู) ที่ทำให้หนูมีความสุขกับการที่ได้เห็นความสุขสบายของท่านๆ ตราบจนกระทั่งได้ออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน
ขอบคุณ...ใครๆ ที่ไม่ได้ถูกกล่าวมานี้ ทีเป้นอีกแรงใจ...อย่าพึ่งน้อยใจ...นะ
ปล. เมื่อคืนมีคนไข้คนหนึ่งขย้ำเข้าให้ที่แขนตอนที่กำลังไปดูดเสมหะให้...เป็นแผลเลยอ่า เลือดงี้ ซิบๆ
|
||||
|
|